เว็บไซต์บริษัทควรเป็น Online Brochure หรือ Business Asset?
เว็บไซต์ที่แนะนำบริษัทได้ดี อาจยังช่วยลูกค้าตัดสินใจหรือสนับสนุนฝ่ายขายได้ไม่เต็มที่ บทความนี้เสนอกรอบประเมินว่าเว็บไซต์ควรทำหน้าที่อะไร วัดผลอย่างไร และควรปรับส่วนไหนก่อนลงทุนออกแบบใหม่

เว็บไซต์บริษัทควรเป็น Online Brochure หรือ Business Asset? คำตอบขึ้นอยู่กับบทบาทที่ธุรกิจต้องการให้เว็บไซต์ทำ หากเป้าหมายคือให้ผู้ที่รู้จักบริษัทอยู่แล้วตรวจข้อมูลและติดต่อ เว็บไซต์แนะนำองค์กรที่กระชับอาจเพียงพอ แต่หากต้องการให้เว็บไซต์ช่วยลูกค้าค้นหาคำตอบ ประเมินความเหมาะสม และเริ่มสนทนากับฝ่ายขาย ก็ควรออกแบบเว็บไซต์ให้เชื่อมกับกระบวนการธุรกิจมากขึ้น
ความแตกต่างจึงอยู่ที่เว็บไซต์ช่วยให้ใครทำอะไรได้ดีขึ้น และองค์กรตรวจสอบคุณค่านั้นได้อย่างไร
ในบทความนี้ คำว่า Business Asset หมายถึงทรัพยากรดิจิทัลที่องค์กรพัฒนาและใช้สร้างคุณค่าต่อเนื่อง ไม่ได้หมายความว่าเว็บไซต์ทุกแห่งจะสร้างรายได้โดยอัตโนมัติ หรือเป็นข้อสรุปเรื่องการรับรู้สินทรัพย์ทางบัญชี
ประเด็นสำคัญสำหรับผู้บริหาร
เว็บไซต์แบบ Online Brochure ยังมีประโยชน์ หากสอดคล้องกับวิธีหาลูกค้าและกระบวนการขายของบริษัท
เว็บไซต์ที่สนับสนุนธุรกิจควรช่วยลดความไม่ชัดเจนของลูกค้า และเชื่อมไปสู่ขั้นตอนถัดไปที่เหมาะสม
การวัดผลควรเชื่อมกับคุณภาพของการสอบถามและการทำงานของทีม มากกว่ายอดเข้าชมเพียงอย่างเดียว
ก่อนออกแบบใหม่ ควรตรวจว่าปัญหาอยู่ที่เนื้อหา ประสบการณ์ใช้งาน การวัดผล หรือกระบวนการรับเรื่องหลังเว็บไซต์
Online Brochure กับ Business Asset ต่างกันอย่างไร?
Online Brochure คือเว็บไซต์ที่เน้นนำเสนอข้อมูลบริษัท เช่น ประวัติองค์กร สินค้า บริการ ผลงาน และช่องทางติดต่อ บทบาทหลักคือช่วยให้ผู้เข้าชมรู้จักและตรวจสอบบริษัทได้
ส่วนเว็บไซต์ที่ทำหน้าที่เป็น Business Asset จะนำข้อมูลเหล่านั้นมาเชื่อมกับโจทย์ของผู้ใช้และเป้าหมายธุรกิจ เช่น ช่วยให้ลูกค้าเข้าใจว่าบริการเหมาะกับปัญหาของตนหรือไม่ เตรียมข้อมูลก่อนสอบถาม หรือค้นหาคำตอบที่ฝ่ายขายต้องอธิบายซ้ำ
มิติเว็บไซต์ที่เน้น Online Brochureเว็บไซต์ที่ทำหน้าที่เป็น Business Assetจุดตั้งต้นบริษัทต้องการบอกอะไรลูกค้าต้องรู้อะไรเพื่อเดินหน้าต่อเนื้อหาประวัติ รายการบริการ และผลงานเพิ่มเกณฑ์เลือก ขอบเขตงาน ข้อจำกัด และคำตอบประกอบการตัดสินใจขั้นตอนถัดไปติดต่อบริษัทเลือกขั้นตอนตามความพร้อม เช่น อ่านรายละเอียด เตรียมข้อมูล หรือนัดหารือการเชื่อมกับทีมส่งข้อความไปยังผู้รับเรื่องกำหนดผู้รับผิดชอบ ข้อมูลที่ต้องใช้ และวิธีติดตามการประเมินผลจำนวนผู้เข้าชมหรือข้อความเข้าคุณภาพการสอบถาม โอกาสขาย และประโยชน์ต่อการทำงานการดูแลปรับข้อมูลเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทบทวนจากคำถามลูกค้าและผลการใช้งานอย่างต่อเนื่อง
สองบทบาทนี้อยู่ในเว็บไซต์เดียวกันได้ หน้าแนะนำบริษัทยังจำเป็น แต่ควรพิจารณาว่าข้อมูลส่วนใดต้องช่วยให้ผู้ใช้ตัดสินใจต่อได้ด้วย
หากกำลังพิจารณาผู้พัฒนา สามารถดู แนวทางพัฒนาเว็บไซต์ให้รองรับเป้าหมายธุรกิจ แล้วนำโจทย์ขององค์กรไปหารือเรื่องขอบเขตงาน หน้า ARISZA นี้ระบุบริการเว็บไซต์องค์กร ร้านค้าออนไลน์ และ Landing Page พร้อมการรองรับมือถือและโครงสร้าง SEO แต่ผลทางธุรกิจยังขึ้นอยู่กับเนื้อหา การใช้งาน และกระบวนการของบริษัทด้วย Arisza
เว็บไซต์ควรสร้างคุณค่าให้ธุรกิจตรงไหน?
1. ช่วยให้ลูกค้าเข้าใจความเหมาะสมก่อนติดต่อ
ข้อความว่า “บริการครบวงจร” อาจยังไม่ตอบคำถามที่ลูกค้าต้องใช้ตัดสินใจ เช่น
บริษัทดูแลงานประเภทใด?
เหมาะกับลูกค้าหรือโครงการลักษณะไหน?
ขอบเขตบริการครอบคลุมอะไร และมีเงื่อนไขอะไร?
ต้องเตรียมข้อมูลใดก่อนขอข้อเสนอ?
มีหลักฐานอะไรให้ตรวจสอบความสามารถ?
เว็บไซต์ควรทำให้คำตอบเหล่านี้ค้นหาได้ง่าย โดยใช้ข้อมูลและหลักฐานจริง เพื่อให้ลูกค้าประเมินความเหมาะสมได้ก่อนเริ่มสนทนา
2. สนับสนุนฝ่ายขายระหว่างการตัดสินใจ
ลูกค้าบางรายเข้ามาที่เว็บไซต์หลังได้รับการแนะนำจากฝ่ายขาย เพื่อดูผลงาน ตรวจรายละเอียดบริการ หรือส่งข้อมูลให้ผู้ร่วมตัดสินใจ
เว็บไซต์จึงอาจมีคุณค่าแม้ไม่ได้เป็นจุดแรกที่ลูกค้ารู้จักบริษัท เช่น ช่วยให้ฝ่ายขายส่งหน้าที่ตอบโจทย์เฉพาะ แทนการส่งไฟล์หลายชุด หรือมีข้อมูลที่ฝ่ายจัดซื้อและผู้บริหารใช้ตรวจร่วมกันได้
การประเมินบทบาทนี้ควรสอบถามฝ่ายขายด้วยว่า หน้าใดถูกใช้จริง และยังมีคำถามใดที่เว็บไซต์ตอบไม่ได้
3. ทำให้การสอบถามเริ่มต้นด้วยข้อมูลที่เหมาะสม
แบบฟอร์มที่ขอเพียงชื่อและเบอร์โทรอาจเหมาะกับบางธุรกิจ แต่บางบริการต้องทราบประเภทงาน เป้าหมาย หรือข้อจำกัดเบื้องต้นก่อนประเมินได้
ควรเลือกข้อมูลที่ช่วยให้ทีมเริ่มคุยได้ตรงประเด็น โดยไม่เพิ่มภาระจนผู้ใช้เลิกกรอก หากต้องใช้รายละเอียดมาก อาจแบ่งเป็นข้อมูลเริ่มต้นกับข้อมูลที่ขอเพิ่มเติมหลังติดต่อ
4. สร้างฐานความรู้ที่องค์กรนำกลับมาใช้ได้
คำถามที่ลูกค้าถามซ้ำสามารถพัฒนาเป็นหน้าบริการ บทความ คู่มือ หรือรายการข้อมูลก่อนเริ่มงาน แล้วนำไปใช้ทั้งบนเว็บไซต์และในการสนทนาของฝ่ายขาย
Google แนะนำให้เนื้อหามีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยผู้อ่าน และให้ข้อมูลที่เพียงพอต่อเป้าหมายของผู้ใช้ แนวทางนี้สนับสนุนการเริ่มจากคำถามลูกค้าจริง แทนการสร้างบทความเพื่อจำนวนคีย์เวิร์ดอย่างเดียว developers.google.com
ก่อนลงทุนเพิ่ม ใช้ 5 คำถามตรวจเว็บไซต์ปัจจุบัน
กรอบต่อไปนี้เป็นข้อเสนอเชิงวิเคราะห์สำหรับการประชุมทีมบริหาร ไม่ใช่มาตรฐานรับรองหรือแบบประเมินที่ผ่านการวิจัย
1. เว็บไซต์ต้องช่วยใคร?
แยกผู้ใช้ให้ชัด เช่น ลูกค้าใหม่ ลูกค้าที่ฝ่ายขายกำลังติดตาม คู่ค้า ผู้สมัครงาน หรือฝ่ายจัดซื้อ เพราะแต่ละกลุ่มต้องการข้อมูลต่างกัน
2. ผู้ใช้ต้องตัดสินใจเรื่องอะไร?
ระบุคำถามที่เว็บไซต์ต้องช่วยตอบ เช่น บริการเหมาะหรือไม่ บริษัทมีความสามารถเพียงใด หรือควรเตรียมอะไรเพื่อขอข้อเสนอ
3. มีหลักฐานรองรับคำอธิบายหรือไม่?
ตรวจว่าคำกล่าวเรื่องความเชี่ยวชาญมีข้อมูลให้พิจารณาหรือไม่ เช่น ขอบเขตงานจริง ตัวอย่างกระบวนการ หรือผลงานที่ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่
ไม่ควรใช้โลโก้ลูกค้า ตัวเลขผลลัพธ์ หรือคำรับรองที่ยังยืนยันไม่ได้
4. หลังผู้ใช้สนใจแล้ว ต้องเกิดอะไรต่อ?
การกดติดต่อควรเชื่อมกับผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน หากมีข้อความเข้าแต่ไม่มีผู้ติดตาม เว็บไซต์อาจทำหน้าที่ของตนแล้ว แต่กระบวนการถัดไปยังไม่พร้อม
5. องค์กรมีข้อมูลเพียงพอให้ปรับปรุงหรือไม่?
ควรทราบอย่างน้อยว่าผู้ใช้เข้าหน้าใด ทำอะไรต่อ และคำสอบถามที่ได้รับเกี่ยวข้องกับบริการเป้าหมายเพียงใด พร้อมกำหนดเจ้าของข้อมูลและรอบทบทวน
วัดผลอย่างไรให้เห็นคุณค่ามากกว่ายอดเข้าชม?
ตัวชี้วัดควรสัมพันธ์กับบทบาทของเว็บไซต์ และแยกพฤติกรรมบนหน้าเว็บออกจากผลลัพธ์ที่เกิดในฝ่ายขาย
ระดับสิ่งที่ควรตรวจคำถามทางธุรกิจการเข้าถึงผู้เข้าชมจากช่องทางและหน้าที่เกี่ยวข้องเราเข้าถึงผู้ใช้ที่ต้องการหรือไม่?การใช้งานการอ่านหน้าบริการ ดูผลงาน หรือเริ่มกรอกแบบฟอร์มผู้ใช้กำลังหาคำตอบอะไร?การติดต่อส่งแบบฟอร์มสำเร็จ คลิกโทร หรือคลิก LINEผู้ใช้เลือกเริ่มสนทนาทางไหน?คุณภาพการสอบถามความตรงกับบริการและข้อมูลที่ฝ่ายขายต้องใช้ทีมสามารถดำเนินการต่อได้หรือไม่?ผลลัพธ์ถัดไปนัดหมาย ส่งข้อเสนอ หรือเกิดการขายเว็บไซต์มีบทบาทสนับสนุนอย่างไร?
Google Analytics รองรับการกำหนด Key Events สำหรับพฤติกรรมที่สำคัญต่อธุรกิจ แต่บริษัทต้องเลือกเหตุการณ์ให้เหมาะกับเป้าหมายของตนเอง Analytics Help
การคลิก LINE ยังไม่เท่ากับการเริ่มสนทนา และการส่งแบบฟอร์มยังไม่เท่ากับโอกาสขายที่มีคุณภาพ หากต้องการประเมินผลถึงขั้นนั้น ต้องเชื่อมกับข้อมูลรับเรื่องและฝ่ายขายเพิ่มเติม
ในธุรกิจที่มีวงจรขายยาว เว็บไซต์อาจเป็นหนึ่งในหลายจุดที่ลูกค้าใช้ประกอบการตัดสินใจ จึงไม่ควรนำยอดขายทั้งหมดมาอ้างว่าเกิดจากเว็บไซต์เพียงอย่างเดียว
ตัวอย่างสมมติ: บริษัทบริการ B2B ควรปรับอะไร?
สมมติบริษัทแห่งหนึ่งมีเว็บไซต์ที่แสดงบริการและผลงานครบ แต่ฝ่ายขายยังได้รับคำถามซ้ำว่า บริษัทรับงานประเภทนี้หรือไม่ ต้องส่งข้อมูลอะไร และขั้นตอนเริ่มงานเป็นอย่างไร
โจทย์แรกอาจเป็นการเติมข้อมูลประกอบการตัดสินใจ มากกว่าการออกแบบเว็บไซต์ใหม่ทั้งหมด
สิ่งที่พบแนวทางทดลองปรับสิ่งที่ต้องติดตามลูกค้าไม่แน่ใจว่ารับงานของตนหรือไม่อธิบายประเภทงานและขอบเขตให้ชัดคำสอบถามตรงกับบริการมากขึ้นหรือไม่ต้องขอข้อมูลเพิ่มซ้ำเพิ่มรายการข้อมูลก่อนสอบถามข้อมูลเริ่มต้นครบขึ้นหรือไม่ผลงานมีภาพแต่ขาดบริบทเพิ่มโจทย์และขอบเขตที่บริษัทรับผิดชอบจริงฝ่ายขายนำหน้าไปใช้อธิบายได้หรือไม่ข้อความเข้าหลายช่องทางกำหนดวิธีรับเรื่องและผู้ติดตามมีเรื่องตกหล่นหรือรอโดยไม่ทราบเจ้าของหรือไม่
ตัวอย่างนี้แสดงวิธีตั้งสมมติฐานและตรวจผล ไม่ใช่กรณีศึกษาหรือผลลัพธ์ของบริษัทจริง
ควรปรับบางหน้า หรือทำเว็บไซต์ใหม่?
สถานการณ์ทางเลือกที่ควรพิจารณาโครงสร้างยังใช้งานได้ แต่ข้อมูลไม่ตอบคำถามลูกค้าปรับเนื้อหาและหน้าสำคัญก่อนผู้ใช้หาบริการหรือช่องทางติดต่อไม่พบปรับการจัดข้อมูลและเส้นทางใช้งานมีการสอบถาม แต่ทีมรับเรื่องไม่ต่อเนื่องแก้กระบวนการหลังเว็บไซต์ควบคู่กันระบบเดิมรองรับความต้องการใหม่ไม่ได้ประเมินการพัฒนาใหม่จากข้อจำกัดที่ตรวจพบยังไม่รู้ว่าเว็บไซต์ต้องทำหน้าที่อะไรกำหนดเป้าหมายและวิธีวัดผลก่อนเลือกเทคโนโลยี
การลงทุนต้องคำนึงถึงภาระดูแลหลังเปิดใช้งานด้วย ทั้งการปรับข้อมูล ตรวจระบบ และติดตามคำสอบถาม เว็บไซต์ที่มีฟังก์ชันมากขึ้นจึงควรมีเจ้าของงานและทรัพยากรรองรับ
คำถามที่พบบ่อย
เว็บไซต์บริษัทจำเป็นต้องขายสินค้าออนไลน์หรือไม่?
ไม่จำเป็น คุณค่าของเว็บไซต์อาจอยู่ที่การช่วยประเมินบริการ สนับสนุนฝ่ายขาย หรือเตรียมข้อมูลก่อนเริ่มโครงการ ขึ้นอยู่กับรูปแบบธุรกิจ
เว็บไซต์แบบ Online Brochure ยังเหมาะกับธุรกิจใด?
เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการให้ผู้รู้จักบริษัทอยู่แล้วตรวจข้อมูลสำคัญและติดต่อ โดยควรมีข้อมูลถูกต้อง ใช้งานสะดวก และดูแลให้เป็นปัจจุบัน
มี SEO แล้วถือว่าเว็บไซต์เป็น Business Asset หรือยัง?
SEO ช่วยเรื่องการค้นพบ แต่ยังต้องตรวจว่าเนื้อหาช่วยผู้ใช้ตัดสินใจหรือไม่ ขั้นตอนถัดไปเหมาะสมเพียงใด และทีมสามารถนำข้อมูลไปใช้ต่อได้หรือไม่
ควรเริ่มปรับหน้าไหนก่อน?
เริ่มจากหน้าที่เกี่ยวข้องกับบริการเป้าหมาย และเป็นจุดที่ลูกค้าหรือฝ่ายขายใช้งานจริง แล้วตรวจว่าขาดข้อมูลหรือมีอุปสรรคตรงไหน
ต้องเปลี่ยนเว็บไซต์ทั้งหมดเพื่อให้เกิดคุณค่าทางธุรกิจหรือไม่?
ไม่เสมอไป การปรับหน้าบริการ แบบฟอร์ม หรือกระบวนการรับเรื่องอาจตอบโจทย์ได้ ควรตัดสินใจจากข้อจำกัดที่พบและผลการทดลอง
ก่อนเริ่มโครงการเว็บไซต์ ให้ตอบโจทย์ธุรกิจให้ชัด
เลือกบริการหรือลูกค้ากลุ่มสำคัญหนึ่งกลุ่ม แล้วให้ทีมบริหาร การตลาด และฝ่ายขายตอบร่วมกันว่า
ลูกค้าต้องรู้อะไรก่อนตัดสินใจ เว็บไซต์จะช่วยตรงไหน ใครรับช่วงต่อ และเราจะตรวจผลอย่างไร?
คำตอบนี้ใช้เป็นจุดตั้งต้นของ Website Strategy และเป็นบรีฟสำหรับประเมินขอบเขตงานกับผู้พัฒนาได้
หากต้องการสำรวจผู้ให้คำปรึกษาที่เชื่อมโจทย์ธุรกิจกับเว็บไซต์ สามารถดู ข้อมูลและขอบเขตบริการของ ARISZA แล้วหารือจากเป้าหมายและข้อจำกัดจริงขององค์กร โดยหน้าเว็บไซต์ระบุบทบาทด้านกลยุทธ์ ระบบ คน และเทคโนโลยี
หัวข้อและแท็กที่เกี่ยวข้อง:

บทความที่เกี่ยวข้องในหมวด Strategy

CEO ควรตัดสินใจเรื่องไหนเอง และเรื่องไหนควรให้ทีมตัดสินใจ?
CEO ควรตัดสินใจเองแค่ไหนจึงจะรักษาทิศทางธุรกิจได้ โดยไม่ทำให้ทีมต้องรอทุกเรื่อง? บทความนี้เสนอเกณฑ์แบ่งอำนาจ ขอบเขตที่ทีมตัดสินใจได้ และเงื่อนไขส่งต่อ เพื่อให้การบริหารมีทั้งความคล่องตัวและความรับผิดชอบ

ธุรกิจโต แต่ระบบองค์กรไม่โตตาม: สาเหตุและจุดที่ต้องแก้
ยอดขายโตแต่งานสะดุด อาจเกิดจากระบบองค์กรที่ยังรองรับธุรกิจแบบเดิม ตรวจสาเหตุและความพร้อมก่อนเพิ่มคน ลงทุนระบบ หรือขยายธุรกิจต่อ

ยอดขายโต แต่ธุรกิจแข็งแรงขึ้นจริงหรือ? ผู้บริหารควรดูอะไรนอกจากรายได้
ยอดขายที่เพิ่มขึ้นอาจมาพร้อมกำไรที่บางลง เงินสดที่ตึงตัว และภาระงานที่หนักกว่าเดิม บทความนี้เสนอกรอบตรวจคุณภาพการเติบโต 4 ด้าน เพื่อช่วยผู้บริหารตัดสินใจว่าควรขยายต่อ ปรับเงื่อนไขการขาย หรือแก้ข้อจำกัดส่วนไหนก่อน